4 ขั้นตอน! วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา

4 ขั้นตอน! วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา

แบ่งปัน

วางแผนอนาคตทางการเงินเพื่อมีเงินส่งลูกๆ เรียนหนังสือ ต้องเก็บออมและลงทุนอย่างไรบ้าง? คำถามที่หลายคนตั้งเอาไว้ในใจ แต่อาจจะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง… บทความนี้จะนำเสนอแนวทาง 4 ขั้นตอน!วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษาให้คุณผู้อ่านได้ลองพิจารณาดู ติดตามได้เลยครับ
4 ขั้นตอน! วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา

ลำดับที่หนึ่ง… เขียนแผนอนาคตเพื่อการศึกษา

การวางแผนทุกประเภทจะเริ่มต้นจากการเขียนแผนอนาคตขึ้นมาก่อน เช่นเดียวกันกับทุกๆ แผน เราจะต้องสำรวจค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดอายุการศึกษา ด้วยการวางแผนแบบทีละขั้นตอน ตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม จนไปถึงการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย และอย่าลืมนะครับว่า การเรียนสมัยนี้เราต้องบวกค่าใช้จ่ายในการเรียนเสริมพิเศษเข้าไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนภาษาที่สอง การเรียนดนตรี หรืองานศิลปะด้านอื่นๆ เป็นต้น

วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา1

ลำดับที่สอง… กำหนดเงินออมในแต่ละเดือน

สำหรับคุณพ่อ-คุณแม่ ส่วนใหญ่ที่ต้องทำงานประจำ หรือแม้แต่ทำกิจการส่วนตัว การกำหนดเงินออมในแต่ละเดือนถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และเห็นภาพชัดที่สุด หากเราต้องการออมเงินเพื่อการศึกษาให้ลูกๆ ของเราราวๆ 2 แสนบาทต่อปี หมายความว่า เราควรออมเงินให้ได้เดือนละราวๆ 1.6 หมื่นบาทต่อเดือน จะเห็นว่าเป็นเงินไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นคุณพ่อ-คุณแม่ควรจะวางแผนการออมเสียแต่เนิ่นๆ ไม่ควรรอให้ถึงเวลาแล้วค่อยไปหาเงินเอาข้างหน้า เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการศึกษาของลูกๆ ของเรานะครับ สู้ๆ ครับ

วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา2

ลำดับที่สาม… นำเงินออมไปลงทุนต่อยอด

บางคนอาจรู้สึกว่าการออมเงินจำนวนมากๆ เพื่อให้ลูกๆ ของเราได้มีการศึกษาที่ดี เพื่ออนาคตที่ดีของลูกๆ นั้นเป็นเรื่องที่เหนื่อย และเป็นไปได้ยากเหลือเกิน แต่ผมมีตัวช่วยครับ ด้วยการนำเงินออมไปลงทุนต่อยอด ยกตัวอย่างเช่นอยากเตรียมเงินให้ลูกเรียนปริญญาตรีหลักสูตรภาษาอังกฤษ นำเงินออม 500,000 บาท ไปลงทุน 10 ปี ผ่านไป จะมีเงิน 1.25 ล้านบาท* สำหรับค่าเรียนลูก

สำหรับแนวคิดการลงทุนสามารถติดตามได้ที่นี่ครับ

https://www.krungsri.com/bank/th/planyourmoney/financial-knowledge/article/family-builder.html

*คำนวณจากผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ของพอร์ตการออมและลงทุน : 9.2% จะได้รับผลตอบแทน รวมเงินลงทุนเป็นเงิน 1,250,251 บาท

วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา3

ลำดับที่สี่… เขียนแผนสำรอง

แผนสำรองมีไว้สำหรับยามที่แผนหลักไม่เป็นไปตามที่คิด เพราะการศึกษาของลูกๆ เรานั้นไม่ควรมีความเสี่ยง หากไม่เป็นไปตามที่คิด อาจจะส่งผลถึงอนาคตของลูกๆ ได้ครับ แผนสำรองก็ได้แก่ การหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มปริมาณการออมเงินให้มากกว่าเดิม หรือแม้แต่แผนการมองหาสถานศึกษาที่มีคุณภาพนำมาเปรียบเทียบกันเพื่อให้เกิดภาพกว้าง และเกิดความคุ้มค่ากับเงินที่เป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องจ่ายไปนั่นเองครับ

วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษา4

     ลำดับแผนการต่างๆ ที่ผู้เขียนได้นำเสนอไปนั้น แม้ไม่ใช่แผนที่ตายตัว แต่ผู้ปกครองก็ไม่ควรมองข้าม ควรจัดลำดับ 1-2-3 วางแผนออมเงินเพื่อการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมกับเราให้ดี เพราะหากพลาดไปนั่นหมายถึงความเสี่ยงของอนาคตลูกๆ ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันสูง ที่สำคัญเราต้องไม่ลืมสอนให้ลูกๆ ของเราเป็นคนดีของสังคมด้วยนะครับ เพราะหากสังคมดีลูกๆ ของเราก็จะดีตามไปด้วยนั่นเอง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com

แสดงความคิดเห็น