แนวทาง เปิดร้านขายหมาล่า เป็นอาชีพเสริม ลงทุนเริ่มต้นแค่หลักพัน ธุรกิจปิ้งย่างที่กำลังฮอตเหมือนกับรสชาติของ หมาล่า กินง่าย กินเพลิน คนขายเลยทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ด้วยรสชาติอร่อย เผ็ด ๆ ถูกปากคนไทยจนต้องบอกต่อๆ กันมา

ยิ่งได้คนปรุงรสชาติจี๊ดจ๊าด เมนูไม่ซ้ำซาก กินได้แบบไม่รู้เบื่อ เรียกว่า สามารถสร้างสรรค์ได้เป็น 40-50 เมนู ทั้งเนื้อ ทั้งผัก จึงเป็นอาชีพเสริมทำเงินที่หลายคนจับตา และมองว่าน่าจะเป็นธุรกิจได้ดี

เปิดร้านขายหมาล่า

เปิดร้านขายหมาล่าใช้เงินลงทุนเท่าไหร่

ปัจจุบัน คนที่คิดจะขายหมาล่าเป็นอาชีพเสริม ไม่ยุ่งยากแล้ว เนื่องจากมีการเปิดขายแฟรนไชส์ที่ยอดเงินลงทุนต่ำ หากเปิดร้านเองไม่ผ่านแฟรนไชส์ แค่มีเงินทุนประมาณ 3,000 – 25,000 บาท ก็เริ่มต้นอาชีพเสริมนี้ได้แล้ว ส่วนใหญ่จะหมดไปกับวัตถุดิบและเครื่องปรุงหมาล่า

อุปกรณ์เปิดร้านหมาล่า
  1. เตาปิ้งย่าง ตะแกรงพักเนื้อ ฯลฯ
  2. กล่อง หม้อ สำหรับใส่เนื้อ ผัก
  3. พริกหมาล่า ความเผ็ดหลายระดับ เพื่อเพิ่มตัวเลือก
  4. จาน แปรงสำหรับจุ่มเครื่องทาที่เนื้อก่อนปิ้ง
  5. ไม้เสียบ
  6. ถาดสำหรับวางที่สำเร็จแล้วพร้อมขาย
  7. ถุงพลาสติกหรือกล่องโฟม และพลาสติกวางรองกล่อง หรือถ้วยพลาสติก สำหรับใส่ขาย
อนึ่ง เพื่อรักษาความสดให้กับเนื้อควรมีตู้แช่สำหรับแช่เนื้อในระหว่างขายด้วย เพราะถ้าหลายชั่วโมง อาจมีกลิ่น หรือไม่น่ากินได้

เปิดร้านขายหมาล่า
ขอบคุณภาพจากเพจ : หมาล่า หัวร้อน


วัตถุดิบเมนูหมาล่าที่ควรทำขาย

  • เบค่อน
  • ไส้กรอก
  • หน่อไม้ฝรั่ง
  • เห็ดเข็มทอง
  • ไข่นกกะทา
  • หมู เนื้อ
  • อาหารทะเล
  • ลูกชิ้นเต้าหู้
  • ลูกชิ้น เนื้อต่างๆ
สามารถเสริมและสร้างสรรค์เพิ่มเติมได้ บางเจ้าขายหมาล่า บาร์บีคิว หรือถ้านึกถึง หมูกระทะ ก็สามารถทำได้

เปิดร้านขายหมาล่า
ขอบคุณภาพจากเพจ : หม่าล่า ฉ่ำชา

ซื้อเครื่องหมาล่าได้ที่ไหน

หมาล่า เป็นเครื่องเทศที่มีต้นตำรับมาจากประเทศจีน พอเข้ามาเมืองไทยก็ประยุกต์ให้มีรสชาติถูกปากคนไทยมากขึ้น จุดเน้นก็คือ ความเผ็ด ปัจจุบันหาซื้อไม่ยาก เพราะมีการผลิตออกมาจำหน่ายโดยเฉพาะ ทั้งที่เป็นถุงซีล เป็นกระปุก เป็นแกลลอน มีรสชาติต่างๆ บางเจ้ามีสูตรสำหรับการปิ้ง มีอัตราส่วนพอเหมาะในการทำขายให้ด้วย สั่งซื้อได้แม้ทางปณ. มีชุดเล็ก กลาง ใหญ่ และเริ่มใช้ระบบตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน

ซื้อจากอินเตอร์เน็ตมีราคาถูก ไม่ถึง 40 บาทก็มี และอีกทางหนึ่งก็คือ มีไม่น้อยที่แจกสูตรสำหรับหัดทำเอง

เปิดร้านขายหมาล่า
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค : Nipon Liengpaisarn

เปิดร้านขายหมาล่า ขายไม้ละเท่าไหร่ดี

การตั้งราคาขายหมาล่าควรเป็นไม้ละเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ต่อไปนี้

1. ประเภทของเนื้อที่นำมาปิ้ง ถูกและแพงต่างกัน บางชนิดเป็นอาหารทะเล บางชนิดมีผักผสม

2. กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อต่างกัน ถ้าขายในชุมชนที่ผู้ซื้อยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง เช่น นักเรียน นักศึกษา หรือลูกจ้างตามโรงงาน จะขายราคาแพงคงขายได้ยาก แต่สำหรับกลุ่มที่มีรายได้สูงพอประมาณถึงสูงมาก จะเลือกคุณภาพโดยไม่ค่อยเกี่ยงราคา สามารถกำหนดราคาสูงหน่อยได้ เพราะประเภทของเนื้อที่ใช้ต่างกัน

เปิดร้านขายหมาล่า
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค : PY Ploynapas
3. เป้าหมายของเจ้าของธุรกิจ มีส่วนในการกำหนดราคาขายอยู่เหมือนกัน หากเน้นขายในปริมาณมาก ต้องกำหนดให้ราคาต่ำสักหน่อยเพื่อจะได้ขายง่าย เรียกลูกค้าให้อยากซื้อครั้งละเป็น 10 ไม้ เช่น แถวเชียงใหม่ ราคาขายอยู่ที่ 5 – 10 บาท แต่สำหรับลูกค้าในกรุงเทพฯ อาจขายแพงกว่านั้น

และขึ้นอยู่กับรูปแบบของร้านด้วย จึงสามารถขายในราคาต่างได้ แต่ที่สุดแล้ว หากต้องการให้ขายง่ายๆ มีลูกค้ากลุ่มใหญ่ ควรเลือกขายในราคาที่จับต้องง่าย เช่น ราคา 10-15 บาท แต่ไม่ควรเกิน 20 บาท และใช้วิธีถัวเฉลี่ยกำไร มากน้อยต่างกันไป

ช่องทางการขายหมาล่า

สามารถจำหน่ายได้หลายทำเล แหล่งท่องเที่ยว สถานศึกษา โรงงาน ตลาดนัด โรงเรียน เรียกว่าทุกแหล่งชุมชน สามารถขายได้หมด เป็นเต้นท์ เป็นเพิง เป็นร้านแบบเป็นหลักแหล่ง รถเข็น รถเคลื่อนที่ เรียกว่าปัจจุบัน หมาล่าเป็นอาหารปิ้งย่างกินเล่น สำหรับทุกคนเลยทีเดียว อยากขายหมาล่าเป็นอาชีพเสริม ลองดูต้นทุนและทำเลก่อนตัดสินใจ

     แนวทาง เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์เล็ก ๆ เป็นธุรกิจส่วนตัวของตนเอง เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์ ต้องลงทุนเท่าไหร่ มีอุปกรณ์อะไรบ้าง ขนมจีน อาหารจานเดียว กินง่าย เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยกลุ่มใหญ่ เนื่องด้วยเป็นอาหารเส้นอย่างหนึ่ง มีรสชาติเผ็ดแซ่บ สามารถปรุงรสได้ตามต้องการ อีกทั้งผักสดที่เป็นเครื่องเคียง

ทำให้ขนมจีนบุฟเฟ่ต์ สามารถสร้างเป็นธุรกิจส่วนตัวขนาดเล็ก ทำเงินได้ไม่น้อย เพราะไม่ยุ่งยากในเรื่องอุปกรณ์ แต่ขายได้ตลอด อีกทั้งในปัจจุบันมีระบบแฟรนไชส์เข้ามาสนับสนุนธุรกิจให้ง่ายขึ้นไปอีก

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่

สามารถลงทุนได้ทั้งแบบ จัดหาเองทั้งระบบ หรือแบบซื้อแฟรนไชส์ ที่ซื้อได้ทั้งครบวงจร ซื้อเฉพาะสูตรและเส้น ทั้งนี้หากทำเองต้องหาแหล่งต้นทุนที่จะช่วยประหยัดได้ เช่น ซื้อเส้นจากโรงงานผลิตโดยตรง หรือ ทำขนมจีนเส้นสดเอง เพราะเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น แต่มีข้อเสียคือเก็บไม่นาน

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์
ขอบคุณภาพจากเพจ : ครัวสะตอ ศรีราชา
งบประมาณที่ต้องเตรียม อยู่ในระดับ 25,000 – 30,000 บาท และควรมีเงินทุนหมุนเวียนอีกประมาณ 2,000 บาทต่อวัน กรณีซื้อแฟรนส์ไชส์เส้นจะมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 4,000-7,000 บาท ซึ่งมักขายพร้อมสูตรที่สามารถทำต่อเองได้

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์
ขอบคุณภาพจากเพจ : ครัวสะตอ ศรีราชา


เมนูและวัตถุดิบขนมจีนบุฟเฟ่ต์ที่ขาดไม่ได้

บุฟเฟ่ต์ขนมจีน มีจุดเด่นอยู่ที่มีน้ำยาให้เลือกหลายหลาก เพราะลูกค้าชอบไม่เหมือนกัน และที่เลือกกินบุฟเฟ่ต์ก็เพราะ ได้ชิมหลายๆ อย่างในมื้อเดียว หลัก ๆ จึงควรมี
  • น้ำยาปลากะทิ
  • น้ำพริก
  • น้ำยาไก่
  • แกงเขียวหวาน
  • น้ำยาป่า
  • แกงไตปลา
  • น้ำเงี้ยว
นั่นคือ รวบรวมน้ำยาของทุกภาคในประเทศไทยเอาไว้ เพื่อเป็นตัวเลือก แต่ความเข้มข้น ความแซ่บอาจไม่ต้องถึงกับเทียบชั้นตามภูมิภาค ใช้วิธีให้เติมเครื่องปรุงรสเพิ่มเองจะดีกว่า

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์
ขอบคุณภาพจากเพจ : BLUE STEAK By Nopparat
นอกนั้นก็เน้นเรื่องสะอาด อร่อย ผักสดให้เลือกกินแบบไม่อั้น ถั่วงอก ใบโหระพา ผักบุ้ง กะหล่ำปลี แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักกาดดอง ยอดกระถิน หั่นและจัดวางให้น่ารับประทาน ฯ

ควรมีป้าย โฆษณา และบอกกล่าวให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดชุลมุนในการเลือกหากมีลูกค้าเข้าร้านพร้อมๆ กันจำนวนมาก

และเนื่องจากขนมจีน เป็นอาหารที่มีรสชาติเผ็ด จึงควรมีเมนูเสริมเป็นขนมหวาน ข้าวเปล่า สำหรับคนชอบรสชาติแต่อาจไม่นิยมเส้น หรือ ข้าวเปล่าทำให้อิ่มเร็วกว่า

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์

เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์ อุปกรณ์ต่าง ๆ ในร้าน

ร้านบุฟเฟ่ต์ขนมจีนนั้น มีความแตกต่างเรื่องทำเลที่ตั้ง การจัดร้าน อุปกรณ์ที่เลือกใช้จึงแตกต่างกัน หากเป็นร้านเช่าในห้างสรรพสินค้าก็อย่างหนึ่ง เป็นร้านทั่วไป ใกล้แหล่งชุมชนก็อย่างหนึ่ง เป็นร้านขายในตลาดนัดกลางคืนก็อย่างหนึ่ง แต่หลักๆ ที่มีคล้ายกันก็คือ
  • ชุดโต๊ะ เก้าอี้ สำหรับนั่งรับประทาน ตามขนาดของร้าน ชั่วคราว หรือมีร้านเฉพาะตามห้างสรรพสินค้า
  • โต๊ะกลางวางขนมจีนและน้ำยา หม้อแกง หม้อน้ำยา ใช้หม้อแสตนเลส หรือหม้อดิน หรือโถแก้ว หรือหากเป็นร้านเช่าตามห้าง ไม่ใช่ขายแบบในตลาดนัดชั่วคราว อาจทำซุ้มที่มีการอุ่นน้ำยาให้ร้อนอยู่เสมอ ทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนตามสไตล์การจัดร้าน พร้อมทัพพีในการตัก สิ่งที่เน้นคือ ความสะอาด น่ารับประทาน และสะดวกต่อการเลือกตัก
  • จาน ช้อน ส้อม ถาดหรือตะกร้าใส่ผักสด
  • ชุดเครื่องปรุง พริกสด พริกป่น น้ำปลา น้ำตาล น้ำส้ม วางประจำโต๊ะจะสะดวกกว่า
เปิดร้านขายขนมจีนบุฟเฟ่ต์
ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค : Phongsakorn Noonsang

การคิดราคาต่อหัวที่เหมาะสม

หากต้องการเปิดเป็นร้านบุฟเฟ่ท์ ควรตั้งราคาเรียกลูกค้า ราคาต่อหัวไม่สูงนัก เช่น อิ่มละ 69 -99 บาท ทั้งนี้ ต้องดูที่รายละเอียดความเข้มข้นของน้ำยาที่ทำให้ลูกค้ามองว่า คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และบรรยากาศ การจัดร้านก็มีส่วนทำให้อัพราคาได้

อีกอย่างหนึ่งเพื่อเป็นความไม่ประมาท ควรมีมาตรการป้องกันการตักอาหารแบบฟุ่มเฟือยแล้วกินทิ้งกินขว้าง เช่น กินได้เต็มที่ แต่ถ้าเหลือทิ้งถูกปรับ ธุรกิจร้านขนมจีนบุฟเฟ่ต์นั้น เป็นธุรกิจส่วนตัวที่ลงทุนพอประมาณ แต่กำไรต่อวันก็ไม่น้อย หากเลือกทำเลที่ดี มีรสชาติอร่อยถูกปาก ราคาไม่แพง

     คนไทยมีข้าวเป็นอาหารหลัก แต่สำหรับในระหว่างมื้อ ก็มักจะ เอ็นจอยอีทติ้ง กับอาหารทานเล่นๆ เสมอ ไม่ได้กินเพราะหิว แต่กินเพราะชอบ มันอร่อย และบางทีกินบ่อยจนติดซะด้วย ทำให้เป็นอาหารที่ขายง่าย ง่ายกว่าอาหารหลักประจำมื้อ ดีไม่ดี กำไรเป็นกอบเป็นกำกว่าอีกแน่ะ

สนใจแล้วใช่มั้ยคะ มาขายอาหารทานเล่นกันดีกว่า เดี๋ยวนี้ลงทุนง่าย ไม่ต้องทำเองที่มีการลองผิดลองถูก หาซื้อแฟรนไชส์อาหารทานเล่นที่ขายได้อยู่แล้ว ยิ่งมีชื่อเสียงยิ่งรับประกันคุณภาพ และความอร่อย

แฟรนไชส์อาหารทานเล่น

1. แฟรนไชส์ ลูกชิ้นปลา เฮฮาเฮง

แฟรนไชส์อาหารทานเล่น
ขอบคุณภาพจากเพจ : เฮฮาเฮงฟู้ดส์ ยำลูกชิ้นปลาเกรดพรีเมี่ยม
ลูกชิ้นนี่แหละค่ะ อาหารทานเล่นยอดฮิตของคนไทย และถ้าสนใจลูกชิ้นปลาสูตรเด็ด ไม่มีรสคาว อย่างที่คนกินไม่ชอบก็ต้องนี่เลยค่ะ ลูกชิ้นปลา เฮฮาเฮง ที่มีน้ำจิ้มเข้มข้นถูกปากคนไทย ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี มีเปิดขายแฟรนไชส์ให้ในราคาเบาๆ 1,680 บาท ได้ลูกชิ้น 8 กิโลกรัม พร้อมน้ำจิ้ม ทั้งซีฟู้ดและน้ำจิ้มหวาน เพียงพอต่อลูกชิ้น ราคานี้เป็นค่าวัตถุดิบล้วนๆ ไม่มีค่าแฟรนไชส์ ทางเจ้าของแฟรนไชส์รับประกันว่า ถ้าขายหมดจะได้กำไร 50% เลยทีเดียว มันสำคัญที่ทำเลขายของคุณน่ะค่ะ

สนใจเข้าไปดูรายละเอียดที่เฟซบุ๊ค แฟนเพจ ของแฟรนไชส์ได้เลยค่ะ
Facebook : เฮฮาเฮงฟู้ดส์ ยำลูกชิ้นปลาเกรดพรีเมี่ยม หรือ โทร. 09-8789-8296

2. แฟรนไชส์ ขายส่ง หมูปิ้ง เฮียนพ

แฟรนไชส์อาหารทานเล่น
ขอบคุณภาพจากเพจ : หมูปิ้งเฮียนพ
หมูปิ้งนมสดที่ขายดิบขายดี และหาซื้อกินง่ายทั่วไปในยุคนี้ เป็นแฟรนไชส์สไตล์ขายส่ง ที่จัดส่งให้ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล แม้มีเงินทุนต่ำ ไม่ถึงพันบาท ก็สามารถเริ่มต้นขายหมูปิ้งได้แล้วล่ะค่ะ เพราะเริ่มต้นซื้อวัตถุดิบเพียง 470-600 บาท ต่อหมูปิ้ง 100 ไม้ ส่งฟรีถึงที่ตั้ง แค่หาทำเลดีๆ ฝึกนึ่งข้าวเหนียวให้อร่อย ขายได้อยู่แล้ว กินเล่นๆ กินให้อิ่มก็ได้ทั้งนั้น เป็นของกินง่าย กินอร่อย เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ชอบซะด้วย

ติดต่อหมูนุ่ม หมูปิ้งนมสด โทร : 085 -0836681
Website : moo-noom.com
Facebook : หมูปิ้งเฮียนพ

3. แฟรนไชส์ ขนมครกแม่พลอย

แฟรนไชส์อาหารทานเล่น
ขอบคุณภาพจากเพจ : ขนมครกแม่พลอย
ชื่อชั้นของขนมครก บอกเลยว่า แม้เป็นขนมบ้านๆ แต่เป็นของกินเล่นที่อร่อย ยิ่งเช้าๆ ได้ขนมครกร้อนๆ ว้าว รองท้องก่อนเริ่มทำงานได้ค่ะ หรือเด็กๆ ได้กินตอนเช้า หรือตอนเย็นหลังเลิกเรียน ก็ลดอาการท้องร้องไปได้ ขายง่าย ขายดี และต้นทุนก็ไม่แพง แฟรนไชส์ขนมครกแม่พลอยที่มีสาขาทั่วประเทศเป็นร้อยๆ แห่ง ต้นทุนเพียง 3,900 บาท ก็เปิดร้านได้แล้ว มีแป้งให้เลือกถึง 6 อย่าง แป้งชาไทย แป้งชาโคล แป้งไมโล แป้งข้าวไรซ์เบอรี่ แป้งข้าวหอมมะลิ และใบเตย สีสันและรสชาติเหล่านี้ เป็นเอกลักษณ์ของขนมครกแม่พลอยที่เรียกลูกค้าได้มากขึ้น มีสอนวิธีทำขายให้ด้วย กำไรนั้น 40-50% เลยทีเดียว เริ่มต้นราคาแฟรนไชส์ที่ 8,000-9,000 บาท

สนใจติดต่อที่ Facebook : ขนมครกแม่พลอย
หรือที่คุณณัฐ โทร. 081-7211215 หรือที่คุณกัลยา โทร. 080-2201659
Line id : nutchilnrkzz / Line id : @bvu8094n

4. แฟรนไชส์ เครปอะเดย์

แฟรนไชส์อาหารทานเล่น
ขอบคุณภาพจากเพจ : Crepes A day เครปเย็นนมสดฮอกไกโด
นาทีนี้อาหารทานเล่นอย่าง เครป ยังคงเป็นที่สนใจและฮิตมากในกลุ่มเด็กนักเรียนจนถึงวัยรุ่นนักศึกษา เพราะอารมณ์ของรูปลักษณ์ เสน่ห์ของรสชาติที่ใส่ในเครป เวลาถือกินแล้วให้ความรู้สึกเท่ นี่แหละคนรุ่นใหม่

เครปอะเดย์ เป็นเครปเย็นนมสดฮอกไกโด มีรูปแบบแฟรนไชส์ให้ลงทุนในราคา 59,000 บาท อาจดูสูงไปสักนิด แต่คุ้มราคา เพราะสิ่งที่จะได้รับ คือ อุปกรณ์พร้อมจำหน่าย, วัตถุดิบสำหรับทำเครป อาทิ แป้งเครปเย็น 1 กิโลกรัม, ท็อปปิ้ง อย่าง กล้วยหอม โอริโอ้ โอวัลติน ฝอยทอง บราวนี่ เป็นต้น พร้อมอบรมวิธีการขาย ที่สำคัญ ต้นทุนสูง แต่คืนทุนเร็ว ขอเพียงแค่ได้จำหน่ายในทำเลที่เหมาะสม

สนใจติดต่อ Facebook : Crepes A day เครปเย็นนมสดฮอกไกโด
หรือ โทร. 09-7962-4296

     แนวทาง เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ เป็นธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ เปิดร้านขายต่างหูลงทุนเท่าไหร่ เริ่มต้นอย่างไร รายได้ดีไหม เราจะได้รู้กันในบทความนี้ ความชอบแต่งตัวของผู้หญิงเป็นอะไรที่ไร้ขีดจำกัด เครื่องประดับเป็นอาภรณ์ที่ขาดไม่ได้ ที่ช่วยทำให้มีความโดดเด่นแปลกตาขึ้นก็คือ ต่างหู นั้นเอง

เมื่อความต้องการในตลาดยังมีอยู่ตลอด ธุรกิจร้านขายต่างหูเล็ก ๆ จึงเป็นธุรกิจส่วนตัวที่ไปได้สวย เพราะผู้หญิงที่ชอบใส่ต่างหู ไม่มีใครมีต่างหูเพียงคู่เดียว ธุรกิจส่วนตัวเปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ ยังไปได้อีก ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจธุรกิจนี้ ขอบอกว่า คุณมาถูกทางแล้ว

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ

เปิดร้านขายต่างหูใช้เงินลงทุนเท่าไหร่

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ เริ่มต้นส่วนใหญ่จะใช้เงินลงทุน 4,000 – 5,000 บาท แล้วแต่ขนาดร้านและจำนวนกับประเภทต่างหู กิจการขายต่างหูเล็ก ๆ นั้น หากว่าคุณมีทำเลทอง เช่น หน้ามหาวิทยาลัย สถานศึกษาที่มีสาว ๆ อยู่มากมาย หรือตลาดนัดถนนคนเดิน ที่เวียนมาซื้อต่างหูไปใส่เปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ตลอด สิ่งที่คุณต้องลงทุนก็คือ

1. สต๊อกสินค้า ยิ่งขายดี ยิ่งต้องมีต่างหูสต๊อกจำนวนมาก เพราะต้องมีหลายแบบให้เลือกสรร
2. ราวแผงโชว์ต่างหู ที่ทำให้ดูมีจุดเด่น เพิ่มคุณค่าของสินค้าให้ดูดี ราคาประมาณ 200 – 300 บาท
3. เสริมจุดเด่นด้วยอุปกรณ์ประดับตกแต่ง โดยเฉพาะหากขายถึงช่วงกลางคืน ไฟสวย ๆ ผ้ากำมะหยี่ที่จะเน้นให้เล่นไฟ

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ
ขอบคุณภาพจากเพจ : JJ Green – จตุจักร กรีน

รับต่างหูมาขายจากที่ไหนบ้าง

แหล่งค้าส่งสินค้าแฟชั่นเหล่านี้ มีขายตามตลาดขายส่งยอดฮิต

  • ประตูน้ำ
  • สำเพ็ง
  • แพล็ตตินั่ม
  • ร้านขายส่งต่างหูทางออนไลน์ เว็บไซต์ หรือเพจ Facebook

ถ้าให้แนะนำก็จะเป็นที่สำเพ็ง ส่วนใหญ่จะขายส่งโหลละ 120 บาท ตกคู่ละ 10 บาท ถ้าซื้อมาขายส่วนใหญ่ก็ตั้งราคาคู่ละประมาณ 20 – 29 บาท ก็จะได้กำไร 10 – 19 บาทต่อคู่ ขายได้ 100 คู่ ก็กำไร 1,000 บาทแล้ว และหากสามารถรู้ถึงแหล่งผลิต ติดต่อได้ ยิ่งช่วยให้มีความสะดวก และประหยัดต้นทุน ซึ่งหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ
ขอบคุณภาพจากเพจ : JJ Green – จตุจักร กรีน

อุปกรณ์ในการเปิดร้านขายต่างหู


1. แผงสำหรับวางขายต่างหู การจัดตกแต่งโชว์สินค้าที่ดูดี ช่วยเพิ่มเกรดสินค้าให้ดูดีขึ้น จึงควรมีทั้งแผงแนวตั้งและแนวนอน แนวตั้งเพื่อโชว์ว่ามีกี่แบบ กี่สไตล์ แนวนอน เพื่อให้หยิบดูง่าย

2. ป้ายราคาสวย ๆ เพื่อให้เห็นแต่ไกล ดึงดูดสายตา และเห็นว่าราคาน่าเข้าไปเลือกซื้อ

3. กระจกสำหรับส่องตอนลองทาบต่างหู ต่างหูแฟชั่น ต้องใส่แล้วสวย รับกับใบหน้า ทรงผม สไตล์การแต่งตัว จึงควรมีกระจกให้ดูชัด ๆ ก่อนตัดสินใจ

ต้นทุนอุปกรณ์ทั้งหมดเหล่านี้ ไม่กี่ร้อยบาท เรียกว่ารวมทั้งหมดทั้งสต๊อกสินค้า อุปกรณ์ตัวช่วยในการเปิดแผงขาย ไม่เกิน 5,000 บาท ก็เป็นธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ ได้

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ
ขอบคุณภาพจากเพจ : JJ Green – จตุจักร กรีน

เปิดร้านขายต่างหูแบบไหนดี

เนื่องจากต่างหูเล็กๆ เป็นสินค้าแฟชั่นที่เน้นขายปริมาณมากเพื่อทำกำไร จึงต้องเปิดขายแบบไม่ต้องลงทุนเรื่องร้านมากนัก แต่มีคนจำนวนมาก ชุมชนต่างๆ เหมาะสม

1. เปิดแผงเล็ก ๆ ตามหน้าสถาบันการศึกษา โรงงาน หอพัก สถานบันเทิง

2. เปิดแผงตามงานเทศกาล ตลาดนัดกลางคืน ที่มีคนเดินซื้อของ

3. เปิดแผงหน้าร้านขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม หรือเสื้อผ้าของหญิงสาว

4. เพิ่มช่องทางติดต่อสื่อสารออนไลน์ได้ เป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัว การจองก่อน ค่อยไปจับจ่ายทางออนไลน์ เป็นการเพิ่มโอกาสด้านเวลา เพราะสามารถขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง แล้วนัดรับสินค้าตามแผงที่ไปวางจำหน่าย

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ
ขอบคุณภาพจากเพจ : JJ Green – จตุจักร กรีน

กำหนดราคาขายอย่างไร กำไรดีไหม 

การเปิดแผงขายต่างหูแฟชั่นที่เน้นปริมาณการขาย ไม่ควรกำหนดราคาขายสูงเกินไป แต่ก็ควรมีตัวเลือกให้หลากหลาย มีสินค้าเกรดสูงบ้างเพื่อเป็นทางเลือก กรณีที่มีกลุ่มที่ไม่ซีเรียสเรื่องราคา ขอแค่ถูกใจ จึงควรมีสินค้าหลายเกรด แต่เน้นที่เกรดธรรมดา ราคาตัดสินใจจ่ายง่ายเป็นหลัก

เพื่อกระตุ้นให้ไม่ลังเลที่จะซื้อครั้งละเป็น 4 – 10 คู่ เช่น ขายคู่ละ 20 – 29 บาท หรือขายคู่ละ 29 บาท 4 คู่ 100 บาท , ขายคู่ละ 20 ซื้อ 6 คู่ 100 บาท เป็นต้น ซึ่งต่างหูเล็ก ๆ เหล่านี้มีต้นทุนคู่ละ 5 – 15 บาทเท่านั้น เพราะซื้อยกร้อย ซึ่งคู่หนึ่งมีกำไร 5 บาทขึ้นไป ขาย 100 คู่ คือกำไร 500 บาท

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ
ขอบคุณภาพจากเพจ : JJ Green – จตุจักร กรีน
ส่วนต่างหูสวย ๆ ที่ราคาสูงขึ้นมาอีกนิด ราคาก็ตั้งประมาณ 50 – 150 บาท อาจจะขายได้ปริมาณน้อย แต่อย่างน้อย การติดโชว์สวย ๆ ก็เรียกลูกค้าให้เข้ามารุมดู ร้านไหน ลูกค้ารุมดูชมแน่นหน้าร้าน ก็จะยิ่งเรียกให้คนเข้ามาดูมากยิ่งขึ้น แม้สินค้าที่ขายได้จะราคาจ่ายง่ายก็ตาม

เปิดร้านขายต่างหูกำไรต่อวันจะอยู่ที่ 1,000 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับทำเลในการขายด้วย ต่างหูถูก ๆ แม้เสียง่าย คนซื้อก็ไม่เสียดาย และพร้อมจะซื้อใหม่เสมอ

เปิดร้านขายต่างหูเล็ก ๆ
ขอบคุณภาพจากเพจ : JJ Green – จตุจักร กรีน

เทคนิคการเปิดร้านขายต่างหู


  • จัดวางต่างหูให้เต็มพื้นที่หน้าร้าน เพื่อเพิ่มความหลากหลาย สะดุดตา เรียกสายตาลูกค้าได้เป็นอย่างดี
  • ติดป้ายบอกราคาต่างหูแต่ละประเภทอย่างชัดเจน การมีป้ายบอกราคาอย่างชัดเจนทำให้ลูกค้าตัดสินใจในการเลือกซื้อได้ง่ายมากขึ้น
  • ตกแต่งร้านอย่างมีสไตล์ การตกแต่งแล้วที่โดดเด่น คุมโทน จะช่วยดึงดูดลูกค้า และทำให้ต่างหูดูดีน่าซื้อมากยิ่งขึ้น
  • แสงสว่างที่มากพอ ต่างหูจะดูดี หรูหรา น่าซื้อ ต้องใช้ไฟจากหลอดไฟส่องให้เพียงพอถึงจะดูดี หากมืดเกินไปสินค้าจะไม่โดดเด่น และไม่น่าซื้อเลย

การบริการจากผู้ขาย การพูดจาดี ให้คำแนะนำเสมอ ยิ้มแย้มแจ่มใส จัดเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนทำธุรกิจส่วนตัวต้องมี ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบให้ปฎิบัตดีด้วยทั้งนั้น หากบริการดีได้ใจลูกค้า รับรองว่าจะมีลูกค้าประจำร้าน เข้ามาซื้อบ่อย ๆ อย่างแน่นอน

     แนะนำ 5 แฟรนไชส์ชาไข่มุกน่าลงทุน แฟรนไชส์ชาไข่มุก ราคาถูก ขายดีที่สุดในเมืองไทย ในบรรดาเครื่องดื่มยอดนิยมที่ติดเทรนด์มาระยะหนึ่งแล้ว และยังอยู่ในกระแสไม่จืดจาง คงหนีไม่พ้น “ชาไข่มุก” เพราะอร่อยกับรสชา แล้วยังได้เคี้ยวหนึบๆ กับไข่มุก เห็นแต่ละร้านขายดิบขายดี

เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาธุรกิจส่วนตัวสักอย่าง คงนึกอยากเปิดร้านขายชาไข่มุกบ้าง แวะมาทางนี้ค่ะ บทความนี้ KingSMEs มี แฟรนไชส์ชาไข่มุก ราคาถูก มาให้เลือกลงทุนกัน ชอบใจอันไหน แวะไปลองชิมรสชาติ ถูกใจจะได้เลือกเปิดร้าน แล้วขายดี ร่ำรวยสมใจนะคะ

แฟรนไชส์ชาไข่มุก

5 แฟรนไชส์ชาไข่มุก ราคาถูก ที่น่าสนใจ

แฟรนไชส์ชาไข่มุกในตลาดนั้น มีด้วยกันอยู่หลายเจ้า ซึ่งแต่ละเจ้าก็มักจะจัดเป็นแฟรนไชส์หลายราคา รูปแบบให้เลือก เมื่อตรวจเช็คแล้วพบว่า แฟรนไชส์ราคาถูก มักตั้งต้นกันที่หลักหมื่น แล้วไต่ระดับขึ้นจนเป็นยอดหลักแสน จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่เริ่มต้นเปิดธุรกิจขายชาไข่มุก ทดลองขายด้วยรูปแบบแฟรนไชส์ราคาเบาๆ ไปก่อน

1. แฟรนไชส์ชานมไข่มุกไต้หวัน Chakuma Tea

แฟรนไชส์ชาไข่มุก
ขอบคุณภาพจากเพจ : Chakuma Tea
ราคาแฟรนไชส์ : 39,000 บาท
รายละเอียด : แฟรนไชส์ชานมไข่มุขไต้หวันที่เปิดมาแล้วกว่า 5 ปี มีให้เลือกลงทุนกันถึง 4 รูปแบบ สำหรับคนที่มีร้านค้าอยู่แล้ว สามารถจัดตกแต่งเองได้ ต้องการแค่สูตรชา วัตถุดิบ อุปกรณ์ สามารถเลือกรูปแบบที่ 1 ได้ในราคา 39,000 บาท แต่ถ้าต้องการร้านค้าด้วยก็เพิ่มเงินอีก 20,000 บาท เป็นแบบที่ 2 ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ถ้าทดลองแล้วดีต่อเนื่องค่อยขยับขยายร้านเป็นรูปแบบอื่นต่อไป ไม่เก็บส่วนแบ่ง % จากยอดขาย และฟรีค่าการตลาด มีบริการออกแบบร้านและวิเคราะห์ทำเลให้ฟรีอีกด้วย

ติดต่อแฟรนไชส์
โทร : 089-7957554 หรือ 088-0008028
Website : chakuma.com
Facebook : fb.com/ChakumaTea
LINE ID: @CHAKUMA

2. แฟรนไชส์ชานมไข่มุก i-cha ( ไอ-ฉะ )

แฟรนไชส์ชาไข่มุก
ขอบคุณภาพจากเพจ : I-Cha Thailand

ราคาแฟรนไชส์ :
39,000 บาท
รายละเอียด : แฟรนไชส์ชาไข่มุก ราคาถูก เปิดแล้วกว่า 300 สาขา เริ่มต้น set แรกด้วยราคา 39,000 บาท สูงสุดอยู่ที่ราคา 59,000 บาท นับว่าเป็นแฟรนไชส์ชาไข่มุกที่ราคาค่อนข้างจะถูกกว่าแบรนด์อื่น จุดเด่นของชาไข่มุกไอ-ฉะ อยู่ที่มีชาให้เลือกหลายรสมาก ชาเขียว ชาสตอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ กีวี่ บ๊วยแดง องุ่น ลิ้นจี่ แล้วยังมีชากาแฟหลายรูปแบบ เรียกว่าถ้าลูกค้าคนไหนซื้อแก้วแรกแล้วติดใจคงต้องต่อกันอีกหลายวันกว่าจะลองได้ครบทุกรส เท่ากับเพิ่มโอกาสในการขาย

ติดต่อแฟรนไชส์
โทร : 085-3864488, 084-3863888
Website: i-chamilktea.com
Facebook : fb.com/363940213677068

3. แฟรนไชส์ชานมไข่มุก ชาโบบา

แฟรนไชส์ชาไข่มุก
ขอบคุณภาพจากเพจ : Chaboba Bubble Tea
ราคาแฟรนไชส์ : 39,000 บาท
รายละเอียด : แฟรนไชส์ชาไข่มุก ราคาถูก อีกเจ้าหนึ่งที่ตั้งราคาแฟรนไชส์ตั้งต้นที่ 39,000 บาท สำหรับผู้ลงทุนที่มีซุ้มเคาน์เตอร์ คีออสหรือหน้าร้านเองอยู่แล้ว ซึ่งนับว่าเหมาะมาก จะได้ไม่ต้องจ่ายซ้ำซ้อน แต่ถ้าต้องการเคาน์เตอร์ของแบรนด์ ก็เพิ่มอีก 10,000 บาท จุดเด่นของแฟรนไชส์นี้อยู่ที่สีสันสดใสของชา นอกชากชานมไข่มุขแล้วยังมีชานมอื่นๆ อีกหลายเมนู มีเครื่องซิลฝาแบบคันโยกด้วยมือให้ 1 เครื่อง ซึ่งช่วยในการนับแก้วได้ จะได้รู้ว่า ขายได้เท่าไหร่แล้ว
ราคาสูงสุดของแฟรนไชส์ 300,000 บาท นับว่าดีตรงที่สามารถจัดได้ตามความต้องการของลูกค้า ไม่มีค่าการตลาดและค่าแฟรนไชส์

ติดต่อแฟรนไชส์
โทร : 085-7485550
Website : i-chamilktea.com
Facebook : fb.com/chabobathailand
LINE ID : boynantis

4. แฟรนไชส์ชานมไข่มุก โมชิ

แฟรนไชส์ชาไข่มุก
ขอบคุณภาพจากเพจ : Mochi Milk Tea
ราคาแฟรนไชส์ : 49,900 บาท
รายละเอียด : แฟรนไชส์ไข่มุก รสชาติเข้มข้น ราคาถูกอีกเจ้า ออกแบบเคาน์เตอร์ขายดูดี น่าซื้อ ระดับราคาค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 49,900 บาท มีให้เลือกแฟรนไชส์และคีออสหลายรูปแบบมาก จุดขายของแฟรนไชส์นี้ ไม่ได้มีชาไข่มุกเพียงอย่างเดียว แต่มีวาฟเฟิลหลากหลายให้เลือก กินคู่กับชา อิ่มอร่อย น่ารับประทานมาก น่าลองหากอยากมีธุรกิจที่ควบคู่ไปด้วยกัน

ติดต่อแฟรนไชส์
โทร : 081-8453815, 086-635-5666
Website : mochimilktea.com
Facebook : fb.com/MochiMilkTea
LINE ID : @mochimilktea

5. แฟรนไชส์ชานมไข่มุก ชามิจิ

แฟรนไชส์ชาไข่มุก
ขอบคุณภาพจากเพจ : Chamichi
ราคาแฟรนไชส์ : 55,000 บาท
รายละเอียด : แฟรนไชส์ชาไข่มุก ราคาถูก สูตรดั่งเดิมจากไต้หวัน มากกว่า 25 เมนู เปิดแล้วกว่า 600 สาขาทั่วประเทศ Size-S อยู่ที่ราคา 55,000 บาท
แฟรนไชส์นี้ เหมาะกับมือใหม่มาก ๆ เพราะเจ้าของแฟรนไชส์สนับสนุนการเปิดกิจการเต็มที่ มีให้เลือกลงทุนเริ่มเคาน์เตอร์เล็ก ๆ 55,000 บาท จนถึงร้านขนาดใหญ่ 258,000 บาท ร้านขนาดใหญ่พิเศษตรงที่ออกแบบ 3D ตามขนาดพื้นที่ สร้างแฟนเพจ facebook พร้อมลงโฆษณา แล้วยังบริการเปิดร้าน Grand Opening จากบริษัทให้อีกด้วย เรียกว่าสร้างขวัญกำลังใจว่าธุรกิจไปได้แน่นอน

ติดต่อแฟรนไชส์
โทร : 085-365-6984, 086-996-7887
Website : chamichi.com
Facebook : fb.com/chamichi.thailand
LINE ID: @chamichi

ธุรกิจแฟรนไชส์จะไปได้ไกลแค่ไหน อยู่ที่การบริหารจัดการของแฟรนไชส์ ที่สำคัญเลยคือความชอบของผู้ลงทุนด้วย ธุรกิจที่ใช่คือธุรกิจที่เราทำแล้วสนุกไม่รู้สึกเบื่อ หากเพื่อน ๆ ชอบธุรกิจนี้และมีทำเลดี ๆ รีบคว้าโอกาสนั้นเลยค่ะ อย่ามั่วรอช้า

ขับเคลื่อนโดย Blogger.